สนับสนุนโดยศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรายวิชา 2303222 ปฏิบัติการนิเวศวิทยา · ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
Field Ecology Laboratory · ปีการศึกษา 2569

คู่มือปฏิบัติการนิเวศวิทยาภาคสนาม

แนวทางการศึกษาสังคมพืชในแปลงถาวรด้วยวิธี quadrat sampling การสำรวจระบบนิเวศตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ตามแนวทาง LESS พร้อมเครื่องมือคำนวณและเอกสารประกอบสำหรับดาวน์โหลด

พื้นที่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี ต.ชำผักแพว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
ระบบนิเวศ
ป่าผลัดใบรุ่นสอง ฟื้นตัวตามธรรมชาติหลังปี 2535
แปลงถาวร
30 × 50 ม. จำนวน 2 แปลง และแปลงโครงการ LESS
ผู้สอน
คณาจารย์ผู้สอนรายวิชาปฏิบัติการนิเวศวิทยา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ
01 · OVERVIEW

ภาพรวมของปฏิบัติการ

การศึกษาทางนิเวศวิทยาหลายเรื่องต้องติดตามข้อมูลในพื้นที่เดิมเป็นเวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษ เช่น การเพิ่มพูนมวลชีวภาพของป่า การหมุนเวียนธาตุอาหาร หรือการเปลี่ยนแปลงแทนที่หลังการรบกวน จึงมีการสร้างแปลงถาวร (permanent plot) ไว้ศึกษาระยะยาว ภาควิชาชีววิทยามีแปลงถาวร 2 แห่ง คือ ที่สถานีถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน (40 × 40 ม. 4 แปลง) และที่จุฬาฯ สระบุรี ซึ่งใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้

ส่วนที่ 1

สังคมพืชในแปลงถาวร

Quadrat sampling ต้นไม้และไม้หนุ่ม/ไม้พุ่ม ปัจจัยกายภาพ เศษซาก และสัตว์ในดิน แล้ววิเคราะห์ค่าดัชนีความสำคัญ ความหลากหลาย และคาร์บอนเหนือพื้นดิน

ส่วนที่ 2

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

สำรวจแบบ belt transect 2 เส้นทาง บันทึกโครงสร้างและหน้าที่ของระบบนิเวศด้วย iNaturalist เพื่อเตรียมข้อมูลพัฒนาเป็นพื้นที่ OECMs

ส่วนที่ 3

นำเสนอและรายงาน

นำเสนอหน้าชั้นเรียน ส่งวิดีโอ ภาพถ่าย และรายงานฉบับสมบูรณ์ทาง MCV

วัตถุประสงค์ เมื่อจบปฏิบัติการ นิสิตสามารถ

  1. วิเคราะห์สังคมพืชในพื้นที่ป่าผลัดใบรุ่นสองโดยใช้วิธี quadrat sampling ได้
  2. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ ในระบบนิเวศที่ศึกษา และประเมินสถานภาพของระบบนิเวศเบื้องต้นได้
  3. เขียนรายงานทางวิชาการที่อภิปรายเปรียบเทียบกับการศึกษาในพื้นที่อื่น ๆ ได้
02 · STUDY SITE

พื้นที่ศึกษาและตำแหน่งแปลง

โครงการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มในปี พ.ศ. 2532 ปัจจุบันมีพื้นที่ 3,364 ไร่ แบ่งเป็นเขตพัฒนาและเขตอนุรักษ์ แปลงถาวรตั้งอยู่ติดหมู่บ้านชำผักแพว มีสภาพเป็นป่าผลัดใบ

ก่อนปี 2535 พื้นที่ถูกแผ้วถางและเผาเพื่อปลูกข้าวโพดบนไหล่เขาและมันสำปะหลังบริเวณที่ราบเชิงเขา หลังกรมป่าไม้กำหนดแนวเขตป่าอนุรักษ์ในปี 2535 พื้นที่ถูกปล่อยให้ฟื้นตัวตามธรรมชาติ (secondary succession) มากว่า 20 ปี ชาวบ้านยังเก็บของป่า เช่น เห็ดและหน่อไม้

การถาง เผา และไถพรวนในอดีตเปลี่ยนคุณสมบัติดินทั้งทางกายภาพและเคมี สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้จึงเข้ามาครอบครองพื้นที่ ส่งผลต่อชนิดพันธุ์เด่นและความหนาแน่นของสังคมพืชในปัจจุบัน

แผนที่โครงการพัฒนาที่ดินของจุฬาฯ แสดงอ่างเก็บน้ำ แปลงถาวรในพื้นที่ป่า อาคารหอพัก และแปลงโครงการ LESS
ภาพที่ 1 พื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินของจุฬาฯ และตำแหน่งแปลงถาวรโดยประมาณ (ที่มา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551)

แปลงย่อยของแต่ละกลุ่ม (20 × 20 ม.)

แตะแปลงเพื่อดูพิกัดมุมล่างซ้าย (x₀, y₀) ใช้บวกกับพิกัดต้นไม้ในแปลงของกลุ่ม เมื่อรวมข้อมูลทุกกลุ่มจะเห็นการกระจายของต้นไม้ทั้งแปลง แกน x ชี้ไปทางทิศตะวันออกโดยประมาณ ตามภาพที่ 2 ในเอกสารปฏิบัติการ

แปลง B4
มุมล่างซ้าย (x₀, y₀)80, 60
ขอบเขต x80–100
ขอบเขต y60–80

พิกัดรวมของต้นไม้: 87.5, 72.0

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงแปลงย่อย A1–A7 และ B1–B9 รอบแปลงถาวรเดิม
ภาพที่ 2 ตำแหน่งแปลงย่อยของแต่ละกลุ่ม จุดสีม่วงคือต้นไม้ในแปลงถาวรเดิม (ภาพระบุทิศ แต่ไม่ได้กำหนดมาตราส่วน)
03 · EQUIPMENT

อุปกรณ์และการเตรียมตัว

ติ๊กรายการเพื่อตรวจของก่อนขึ้นรถบัส ระบบจำสถานะไว้ในเบราว์เซอร์เครื่องนี้เท่านั้น

0 / 0

เอกสารประจำกลุ่ม

นิสิตเตรียมเอง

    อุปกรณ์ส่วนกลาง (ต่อกลุ่ม)

    นิสิตจัดลงกล่องเอง TA ตรวจอีกครั้ง

      ของใช้ส่วนตัว

      เตรียมไปเอง

        อุปกรณ์ที่ TA ดูแลและแจกหน้างาน: key จำแนกแมลง สวิงจับแมลง เครื่องชั่งดิจิทัล น้ำกลั่น ขวดแยก soil fauna กล้องส่องทางไกลและคู่มือดูนก (8 ชุด เฉพาะกลุ่มที่สนใจ) กล่องยา ลำโพงและไมค์ลอย
        04 · PART 1 · QUADRAT SAMPLING

        การศึกษาสังคมพืชในแปลงถาวร

        แปลงถาวรขนาดใหญ่ไม่สามารถนับได้ทั้งหมด (total count) ด้วยข้อจำกัดของกำลังคน เวลา และงบประมาณ จึงแบ่งเป็นแปลงย่อย 20 × 20 ม. แล้วสุ่มให้แต่ละกลุ่มศึกษา quadrat อาจเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมขนาดต่าง ๆ เช่น 1×1, 4×4, 10×10, 20×50 หรือ 100×100 ม. ขึ้นกับวัตถุประสงค์

        ลำดับการทำงานในแปลง

        1. แบ่งกลุ่มและรับแปลง

          แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามวันปฏิบัติการ (อังคาร/พฤหัสบดี) กลุ่มย่อยรับ quadrat ขนาด 20 × 20 ม. ตามภาพที่ 2 หรือตามที่กำหนดในภาคสนาม

        2. บันทึกปัจจัยทางกายภาพ แบบบันทึก ส่วนที่ 2–3

          • อุณหภูมิ อากาศ ผิวดิน และใต้ดิน (ขุดด้วยพลั่วก่อน) ทุก 30 นาทีตลอดปฏิบัติการ
          • ความชื้นดิน เก็บดิน 50–100 ก. ชั่งน้ำหนักสด อบ 105 °C 24 ชม. แล้วชั่งน้ำหนักแห้ง
          • ความชื้นสัมพัทธ์ ด้วย hygrometer ทุก 30 นาที
          • pH ดิน ด้วย pH paper และน้ำกลั่น
          • สีดิน ฝึกใช้ Munsell Soil Color Charts ออนไลน์
          • สภาพกายภาพ หินก้อนใหญ่ จอมปลวก ความลาดเอียง
          • ความสูงจากระดับน้ำทะเล ด้วยแอป GPS Essentials หรือ AndroidTS GPS Test
        3. ขึงเชือกกำหนด quadrat

          ใช้เชือกฟางกำหนด 20 × 20 ม. จากมุมแปลงถาวร ให้มุมล่างซ้าย (ทิศตะวันตกเฉียงใต้) เป็นจุด (0,0) แล้วขึงแบ่งเป็น quadrat ย่อย 10 × 10 ม. 4 ช่อง เชือกทำเครื่องหมายทุก 1 ม. ปลายเชือกเริ่มที่ 0

        4. จำแนกกลุ่มพันธุ์ไม้

          กลุ่มDBHCBH เทียบเท่าความสูงติด tag
          Tree≥ 4.5 ซม.≥ 14.1 ซม.≥ 1.3 ม.ติด
          Sapling/shrub< 4.5 ซม.< 14.1 ซม.≥ 1.3 ม.ไม่ต้องติด

          ใช้ DBH 4.5 ซม. เป็นเกณฑ์ เพราะไม้ขนาดนี้มักรอดจากไฟป่าได้ (ธิติ และคณะ, 2542) และต้องการประเมินคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน

        5. เก็บข้อมูล Tree ใน plot 10 × 10 ม. แบบบันทึก ส่วนที่ 4

          • ตอกป้ายหมายเลข (tag) เฉพาะ Tree
          • บันทึกชื่อต้นไม้ ถ้าไม่ทราบให้เก็บใบ 2–3 ใบและดอกใส่ถุง และ/หรือถ่ายภาพ เพื่อตรวจชื่อภายหลัง
          • บันทึกตำแหน่ง X, Y ของทุกต้นลงกระดาษกราฟ
          • วัดเส้นรอบวงที่ระดับ 130 ซม. (ซม.) ต้นที่แตกหลายลำจากตอเก่า (เรียกว่า "นาง") ให้วัดทุกนาง เรียงจากใหญ่ไปเล็ก และวัด/ประมาณความสูงทุกนาง (ม.)
        6. เก็บข้อมูล Sapling/shrub

          ใน quadrat 10 × 10 ม. บันทึกชื่อ ตำแหน่ง CBH และความสูงเช่นเดียวกับ Tree

        7. ไผ่

          วัด DBH ทุกลำใน 1 กอ ถ้าเกิน 200 ลำให้สุ่มวัด 20 ลำ (เกณฑ์ LESS ใช้ 20 ลำ ดูหัวข้อ 08)

        8. เศษซาก (litter)

          สุ่ม quadrat 1 × 1 ม. 4 จุด หรือกำหนดเป็นระบบที่มุมของ quadrat เก็บ litter ใส่ถุง ชั่งน้ำหนักสดทันที แบ่งราว 100 ก. ไปอบหาน้ำหนักแห้ง

        9. การปกคลุมของเรือนยอด

          ใช้แอป Canopeo หรือ CanopyApp ถ่ายภาพเรือนยอดในแปลง

        10. สัตว์ในดิน (soil fauna)

          • สุ่ม quadrat 1 × 1 ม. 1 จุด ใช้พลั่วมือคุ้ยใบไม้และดินหา macro-soil fauna บันทึกชนิด จำนวน น้ำหนัก ถ่ายภาพ แล้วปล่อยคืนที่เดิม
          • สุ่ม quadrat 20 × 20 ซม. ตักดินลึก 5 ซม. ใส่ถุง (อย่ามัดแน่น) นำไปสกัด meso-soil fauna ด้วย Tullgren funnel
        ภาพลายเส้นตำแหน่งวัดเส้นรอบวงที่ระดับอกสำหรับต้นไม้รูปแบบต่าง ๆ เช่น ต้นตรง ต้นบนลาดเขา ต้นมีพูพอน ต้นแตกนาง ต้นเอน
        ภาพที่ 4 ตำแหน่งการวัดเส้นรอบวงหรือ DBH ของต้นไม้รูปแบบต่าง ๆ (ที่มา: ชิงชัย วิริยะบัญชา, 2546)

        ข้อควรระวังในการวัด

        • วัดที่ 1.3 ม. จากพื้นด้านที่สูงกว่าเมื่อต้นไม้อยู่บนลาดเขา
        • ต้นมีพูพอนหรือรากค้ำ ให้วัดเหนือพูพอนขึ้นไปในตำแหน่งที่ลำต้นสม่ำเสมอ
        • ต้นแตกนางต่ำกว่า 1.3 ม. วัดทุกนางแยกกัน
        • ดึงสายวัดให้ตั้งฉากกับลำต้นและแนบเปลือก
        • ต้นไม้ที่ตายแล้วให้ระบุในตารางบันทึกด้วย

        แปลงค่า: DBH = CBH ÷ π (เอกสาร LESS ใช้ π ≈ 22/7)

        05 · FIELD TOOLS

        เครื่องมือภาคสนาม

        Munsell Soil Color Charts

        ระบุสีดินเป็น Hue Value/Chroma เช่น 10YR 4/3 บันทึกทั้งสภาพชื้นและแห้ง เทียบกลางแสงธรรมชาติ ชาร์ตออนไลน์มี 9 หน้า (10R–5Y, Gley 1–2) และเทียบสีจากรูปถ่ายได้

        GPS Essentials และ Google Earth Pro

        ใช้บันทึกพิกัด ความสูง เส้นทาง และส่งออกเป็นแผนที่ สรุปจากคู่มือ อพ.สธ.-จฬ.

        1. สร้าง Stream ตามหัวข้อการสำรวจ เช่น "สำรวจนกในโรงเรียน" เพื่อรวมข้อมูลเป็นชุด
        2. ปักหมุด Waypoint ที่จุดสำคัญ เช่น มุมแปลง ต้นไม้เด่น จุดศึกษาบนเส้นทาง แนบภาพจาก Camera ได้
        3. กด Start ที่แถบ Track เพื่อบันทึกเส้นทางเดิน ใช้หาความยาวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
        4. Export เป็น .kmz (มีภาพ) หรือ .kml (ไม่มีภาพ) แล้วเปิดใน Google Earth Pro เพื่อวัดระยะ พื้นที่ และทำแผนที่

        วัดความสูงต้นไม้ด้วยไคลโนมิเตอร์

        1) ยืนในตำแหน่งที่เห็นยอดชัด วัดระยะราบถึงโคนต้น 2) เล็งไคลโนมิเตอร์ไปที่ยอด อ่านมุมเงย θ 3) บวกความสูงระดับสายตา

        ความสูง = tan(θ) × ระยะราบ + ความสูงระดับสายตา

        ถ้าพื้นลาด ให้เล็งโคนต้นด้วย: ถ้ามุมกดลง (−) ให้ใช้ H = d·(tan θยอด − tan θโคน) แทนการบวกระดับสายตา

        ความสูงต้นไม้–
        06 · DATA ANALYSIS

        การวิเคราะห์ข้อมูล

        รวมข้อมูล Tree และ Sapling/shrub ของทุกกลุ่ม (ตอนเรียน A และ B) ตกลงชื่อพืชที่ยังจำแนกไม่ได้ร่วมกัน แล้ววิเคราะห์ Tree และ Sapling/shrub แยกกัน ส่วน soil fauna รวมเฉพาะกลุ่มในตอนเรียนเดียวกัน

        สังคมพืช

        ความหนาแน่น (D) = จำนวนต้น ÷ พื้นที่ที่สุ่ม (ต้น/ha) ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (RD) = D ชนิดนั้น ÷ D ทุกชนิด × 100 ความเด่น (Do) = basal area ÷ พื้นที่ (m²/ha) basal area = π·DBH²/40000 (DBH เป็น ซม.) ความเด่นสัมพัทธ์ (RDo) = Do ชนิดนั้น ÷ Do ทุกชนิด × 100 ความถี่ (F) = quadrat ที่พบ ÷ quadrat ทั้งหมด × 100 ความถี่สัมพัทธ์ (RF) = F ชนิดนั้น ÷ ผลรวม F × 100 ดัชนีความสำคัญ (IVI) = RD + RDo + RF (เต็ม 300) IV (%) = IVI ÷ 3

        ความหลากหลายและความคล้ายคลึง

        Shannon–Wiener H' = −Σ pᵢ ln pᵢ Evenness J = H' ÷ ln S Simpson 1−D = 1 − Σ pᵢ² Sørensen QS = 2C ÷ (A + B) A, B = จำนวนชนิดในแต่ละพื้นที่, C = ชนิดที่พบร่วม Dispersion I = s² ÷ x̄ (จำนวนต้นต่อ quadrat) I < 1 สม่ำเสมอ · ≈ 1 สุ่ม · > 1 เกาะกลุ่ม

        มวลชีวภาพเหนือพื้นดินและคาร์บอน

        ป่าผลัดใบ ใช้สมการของ Ogawa et al. (1965) โดย D = DBH (ซม.) และ H = ความสูง (ม.)

        Ws (ลำต้น) = 0.0396 (D²H)^0.9326 kg Wb (กิ่ง) = 0.003487 (D²H)^1.027 kg Wl (ใบ) = 1 ÷ [28 ÷ (Ws + Wb) + 0.025] kg AGB = Ws + Wb + Wl ไผ่ (Zemek, 2009): AGB = 0.5081 D^1.8595 kg คาร์บอน ≈ 50% ของ AGB (IPCC, 2007)

        คำนวณต่อพื้นที่ 1 เฮกแตร์ แล้วรายงานคาร์บอนเป็น ตัน/เฮกแตร์ (t/ha)

        ความชื้นดิน เศษซาก และโครงสร้างขนาด

        ความชื้นดิน (%) = (นน.สด − นน.แห้ง) ÷ นน.แห้ง × 100 นน.แห้ง litter = นน.สดทั้งหมด × (นน.แห้งตัวอย่าง ÷ นน.สดตัวอย่าง) litter (t/ha) = g/m² × 0.01 DBH class: <10, >10–15, >15–20, >20–25, >25–30, >30–35, >35–40, >40 ซม.

        กราฟจำนวนต้นตามช่วง DBH ใช้อธิบายโครงสร้างอายุของป่า รูปตัว J กลับหัวบ่งชี้ป่าที่มีการทดแทนต่อเนื่อง

        คำนวณรายต้น

        DBH (ซม.)–
        กลุ่ม–
        AGB (kg)–
        มวลรวมราก (kg)–
        คาร์บอน (kgC)–
        CO₂ ที่กักเก็บ (kgCO₂eq)–

        วิเคราะห์ข้อมูลแปลง

        ข้อมูลตัวอย่าง (สมมติ)

        วางข้อมูลจาก Google Sheet หรือ Excel (คั่นด้วย Tab หรือจุลภาค) คอลัมน์: quadrat, tag, species, cbh_cm, h_m หนึ่งแถวต่อหนึ่งนาง ต้นที่มีหลายนางใช้ tag เดียวกัน ข้อมูลที่ตั้งไว้เป็นข้อมูลสมมติเพื่อสาธิต

        จำนวนต้นตามช่วง DBH (ซม.)

        Sørensen ระหว่าง quadrat

        07 · PART 2 · NATURE TRAIL

        ระบบนิเวศตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

        พื้นที่นี้ถูกรบกวนทั้งจากธรรมชาติ (natural disturbance) และมนุษย์ (anthropogenic disturbance) พิจารณาการรบกวนจาก 4 ปัจจัย คือ ความรุนแรง (intensity) ขนาดพื้นที่ (size) ระยะเวลา (duration) และความถี่ (frequency)

        หลังการรบกวน พื้นที่โล่งจะมีไม้เบิกนำ (pioneer species) เช่น หญ้า สาบเสือ พืชตระกูลถั่ว เข้ามาภายใน 2–3 เดือน ไม้พุ่มตามมาใน 6 เดือนถึง 1 ปี และไม้ใหญ่ในอีกหลายปี เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงแทนที่ทุติยภูมิ (secondary succession)

        การสำรวจใช้แนว belt transect 2 เส้นทาง เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนและผู้สนใจ และเตรียมข้อมูลพัฒนาเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs)

        ภาพถ่ายดาวเทียมเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นที่ 1 และเส้นที่ 2 พร้อมเส้นทางที่บันทึกจากแอป
        ภาพที่ 6 เส้นทางสำหรับศึกษาระบบนิเวศ เส้นที่ 1 และเส้นที่ 2

        สิ่งที่ต้องบันทึกตามเส้นทาง

        หัวข้อสิ่งที่บันทึกเครื่องมือ
        ที่ตั้งและความยาวเส้นทางพิกัดจุดเริ่ม–จุดสิ้นสุด ระยะทาง จุดที่น่าสนใจGPS Essentials, AndroidTS GPS Test, Geo Tracker
        คุณสมบัติดินเนื้อดินด้วยมือสัมผัส ปริมาณเศษซากอินทรีย์ สีดินมือ, Munsell chart
        สภาพระบบนิเวศลักษณะสำคัญที่บ่งบอกระบบนิเวศ โครงสร้างชั้นเรือนยอดสมุดบันทึก กล้องถ่ายภาพ
        สิ่งมีชีวิตชนิดเด่นและชนิดที่น่าสนใจ ทั้งพืชและสัตว์iNaturalist, คู่มือชุดเขาถ้ำเสือ-เขาจำปา
        หน้าที่ของระบบนิเวศregulation, habitat, production, information ปฏิสัมพันธ์ และการรบกวนการสังเกตและอภิปรายในกลุ่ม
        บันทึก observation ใน iNaturalist โดยระบุลำดับทางอนุกรมวิธานที่ละเอียดที่สุดที่จำแนกได้ในขณะนั้น หรือเลือกจากที่แอปแนะนำ และเลือกโครงการ "Flora and Fauna of Chula Saraburi"

        วิดีโอของกลุ่ม

        แต่ละกลุ่มทำวิดีโอ 1 เรื่อง เกี่ยวกับสัตว์และพืชในพื้นที่ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย วิดีโอจะส่งให้ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค (ศคภ.) เป็นสื่อออนไลน์ จึงต้องระวังถ้อยคำและเนื้อหา ส่ง storyboard ให้อาจารย์ตรวจก่อน

        ความละเอียดขั้นต่ำ1920×1080
        สัดส่วน16:9
        เฟรมเรต25/30/60 fps
        ไฟล์.MP4
        08 · CARBON · LESS

        การกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ตามแนวทาง LESS

        LESS (Low Emission Support Scheme) หรือโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มุ่งสร้างความตระหนักและประกาศเกียรติคุณให้บุคคล โรงเรียน ชุมชน และองค์กรขนาดเล็กที่ลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก โดยพิจารณา CO₂, CH₄ และ N₂O

        ข้อมูลต้นไม้ในพื้นที่จุฬาฯ สระบุรีบางส่วนใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนกิจกรรม LESS จึงมีการเปลี่ยนพื้นที่เก็บข้อมูลในบางปีการศึกษา (ดูตำแหน่ง "แปลงโครงการ LESS" ในภาพที่ 1)

        คุณสมบัติกิจกรรมป่าไม้ (LESS-FOR-01)

        • มีการปลูก ดูแล หรือจัดการอย่างถูกวิธี
        • เป็นไม้ยืนต้น สูง ≥ 1.3 ม. และเส้นรอบวง ≥ 15 ซม.
        • ไม้เศรษฐกิจโตเร็วตามประกาศ อบก. ไม่เกินร้อยละ 50 และปลูกเพื่ออนุรักษ์ ไม่ตัดขาย
        • พืชเกษตรยืนต้น เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ต้องประเมินการปล่อยจากปุ๋ย (LESS-AGR-01) ด้วย
        • มีหนังสือแสดงสิทธิใช้ที่ดินหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน
        • ดำเนินกิจกรรมมาแล้ว ≥ 180 วัน ภาคป่าไม้ใช้ข้อมูลย้อนหลังได้มากกว่า 3 ปี

        การวางแปลงและสุ่มตัวอย่าง

        รูปแบบการปลูกเกณฑ์การเก็บข้อมูล
        ปลูกเป็นแปลง < 100 ไร่แปลงตัวอย่าง ≥ ร้อยละ 1 ของพื้นที่
        ปลูกเป็นแปลง 100–999 ไร่≥ ร้อยละ 0.5 แต่ไม่น้อยกว่า 1 ไร่
        ปลูกเป็นแปลง ≥ 1,000 ไร่≥ ร้อยละ 0.1 แต่ไม่น้อยกว่า 5 ไร่ หรือจำแนกชั้นภูมิตามแนวทาง T-VER
        ปลูกเป็นแถวเป็นแนว (strip)> 300 ต้น เก็บตัวแทน ≥ 300 ต้นและนับทุกต้น · < 300 ต้น เก็บทุกต้น
        ปลูกไม่เป็นระเบียบ จัดสวน รอบอาคารเก็บข้อมูลทุกต้น
        ไผ่วัดเฉพาะความโต กอ ≤ 20 ลำวัดทุกลำ · กอ > 20 ลำวัด 20 ลำและนับจำนวนลำทั้งหมด

        สมการใน LESS-FOR-01 (เวอร์ชัน 6)

        CO₂ (kgCO₂eq) = (AGB + BGB) × สัดส่วนคาร์บอน × 44/12 BGB (ราก) = AGB × สัดส่วนรากต่อต้น D = GBH ÷ (22/7)
        กลุ่มพรรณไม้สมการ AGB (kg)ราก : ต้นคาร์บอนที่มา
        พรรณไม้ทั่วไปWs=0.0396(D²H)^0.933
        Wb=0.00349(D²H)^1.03
        Wl=[28/(Ws+Wb)+0.025]⁻¹
        0.2747%IPCC 2006
        ป่าชายเลนWs=0.05466(D²H)^0.945
        Wb=0.01579(D²H)^0.9124
        Wl=0.0678(D²H)^0.5806
        0.4847.15%คณะวนศาสตร์ มก. 2554
        กลุ่มปาล์ม6.666 + 12.826·H^0.5·ln H0.4141.3%คณะวนศาสตร์ มก. 2554
        เถาวัลย์0.8622·D^2.0210.2747%IPCC 2006
        ไผ่บงป่า0.1466·D^0.71870.2747%IPCC 2006
        ไผ่บงดำ0.49522·(D²)^0.87260.2747%IPCC 2006
        ไผ่ข้าวหลาม0.17446·(D²)^1.04370.2747%IPCC 2006
        ไผ่ไร่และไผ่ผาก0.2425·(D²)^1.07510.2747%IPCC 2006

        ไผ่ต่อกอ = ผลรวม CO₂ ของลำที่วัด × (จำนวนลำทั้งหมด ÷ จำนวนลำที่วัด) · ตรวจตัวอย่างในไฟล์คำนวณ: GBH 99 ซม. สูง 5.77 ม. ได้ 345.11 kgCO₂eq ซึ่งเครื่องคำนวณรายต้นในหัวข้อ 06 ให้ผลตรงกัน

        ขั้นตอนยื่นขอรับรอง

        1 · ดำเนินกิจกรรมดำเนินกิจกรรมลดหรือกักเก็บก๊าซ ตรวจเกณฑ์ระยะเวลา ≥ 180 วัน
        2 · กรอกไฟล์คำนวณดาวน์โหลดไฟล์ Excel ที่เมนู "วิธีการคำนวณ" เลือกโครงการด้านป่าไม้และการเกษตร กรอกข้อมูลต้นไม้รายต้น (ชื่อ กลุ่มพรรณไม้ ความสูง เส้นรอบวง) และไผ่รายลำ ระบบคำนวณ kgCO₂eq ให้อัตโนมัติ
        3 · เตรียมเอกสารใบสมัคร ไฟล์คำนวณ หนังสือรับรองนิติบุคคล/หลักฐานคณะบุคคล และหลักฐานการดำเนินกิจกรรม เช่น ภาพถ่าย รายงาน
        4 · ส่งออนไลน์ส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์โครงการ LESS ของ อบก.
        5 · พิจารณาอบก. ตรวจเอกสาร หากต้องแก้ไขส่งกลับภายใน 7 วัน อุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันทำการ ผ่านแล้วได้รับใบประกาศเกียรติคุณ
        09 · DELIVERABLES

        การส่งงานและคำถามท้ายปฏิบัติการ

        กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลง โปรดติดตามประกาศจากผู้สอนใน MCV เป็นระยะ

        กำหนดส่ง

        28 ต.ค. 2569 (sec 1) · 30 ต.ค. 2569 (sec 2)ส่ง storyboard และเนื้อหาวิดีโอให้อาจารย์ตรวจ
        10 พ.ย. 2569 (sec 1) · 12 พ.ย. 2569 (sec 2)นำเสนอหน้าชั้นเรียน ส่งสไลด์ทาง MCV: แปลงถาวร 10 นาที เส้นทางธรรมชาติ 5 นาที ตอบคำถาม 10 นาที/กลุ่ม
        30 พ.ย. 2569ส่งวิดีโอและภาพถ่ายภาคสนาม (อย่างน้อย 30 ภาพ แยก folder ตามกลุ่ม) ทาง Google Drive
        4 ธ.ค. 2569ส่งรายงาน 1 เล่ม (pdf) ทาง MCV
        6 ธ.ค. 2569ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์หลังแก้ไขตามข้อเสนอแนะ

        โครงรายงาน

        1. แปลงถาวร

        • ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกายภาพกับลักษณะสังคมพืช
        • เปรียบเทียบกับการศึกษาอื่น เช่น Dumrongrojwatthana et al. (2009), จิรนันท์ และนันทนา (2547), นาฏสุดา (2550) และอธิบายสาเหตุความต่าง
        • ประเมินสถานภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
        • ข้อจำกัดและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการศึกษา

        2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

        • สภาพโดยรวม ระยะทาง จุดที่น่าสนใจ พร้อมเอกสารอ้างอิง
        • บัญชีรายชื่อจาก iNaturalist พร้อมภาพ และเปรียบเทียบการจำแนกของนิสิตกับที่ผู้ใช้อื่นแนะนำ
        • alpha diversity ของกลุ่มเทียบกับโครงการ Flora and Fauna of Chula Saraburi
        • บทบาทและปฏิสัมพันธ์เชิงนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่บันทึก (ไม่เกิน ¼ หน้า A4)

        คำถามหลังการศึกษาภาคสนาม

        1. นิสิตสุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 40 ของแปลงทั้งหมด หากศึกษาครบทั้ง 30 แปลง คาดว่าผล เช่น จำนวนชนิด ความหนาแน่น มวลชีวภาพ และคาร์บอน จะเป็นอย่างไร
        2. ถ้าชาวบ้านต้องการตัดต้นไม้บางส่วนไปทำฟืน และกลุ่มของนิสิตเป็นผู้บริหารพื้นที่ จะอนุญาตหรือไม่ ถ้าอนุญาตจะให้ตัดชนิดใด เพราะเหตุใด
        3. ถ้าจำเป็นต้องตัดต้นไม้ออก นิสิตเสนอให้ตัดชนิดใด ตำแหน่งไหน เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลาย โครงสร้างป่า และการทดแทนตามธรรมชาติ
        4. นิสิตเรียนรู้อะไรจากการปฏิบัติด้วยตนเอง (self-learning) และจากการทำงานกลุ่ม (collective-learning) ตอบเป็นรายคน ไม่เกิน 1 หน้า A4 อักษร 16 pt
        10 · LIBRARY

        เอกสารประกอบ

        ไฟล์ PDF ถูกบีบอัดเพื่อให้โหลดบนมือถือได้ หนังสือชุดเขาถ้ำเสือ-เขาจำปาครอบคลุมพื้นที่เดียวกับปฏิบัติการ ใช้เป็นคู่มือจำแนกชนิดในภาคสนามได้

        คู่มือปฏิบัติการและวิธีการ

        หนังสือชุดความหลากหลายทางชีวภาพ บริเวณเขาถ้ำเสือ-เขาจำปา

        แหล่งข้อมูลภายนอก

        11 · APPENDIX

        ภาคผนวก: แบบบันทึกข้อมูลภาคสนาม

        แบบบันทึกข้อมูล 9 ส่วน กรอกบนมือถือได้ระหว่างอยู่ในแปลง ข้อมูลต้นไม้กรอก 1 นางต่อ 1 แถว ระบบคำนวณ DBH, quadrat ย่อย 10 × 10 ม. และพิกัดรวมให้ บันทึกอัตโนมัติในเครื่อง ส่งออก Excel ได้ และส่งข้อมูลต้นไม้เข้าตัววิเคราะห์ในหัวข้อ 06 ได้ทันที หรือพิมพ์เป็นแบบฟอร์มเปล่าสำหรับจดในสนาม

        ส่วนแบบบันทึกหน่วยบันทึก (1 แถว =)ค่าที่คำนวณให้
        1ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มและแปลงกลุ่ม/แปลงย่อยพิกัดมุมแปลง x₀, y₀
        2ปัจจัยทางกายภาพตามเวลาการวัด 1 ครั้ง (ทุก 30 นาที)–
        3ดินตัวอย่างดินของแปลงความชื้นดิน (%)
        4ต้นไม้ (Tree)1 นางDBH, quadrat 1–4, พิกัดรวม, เตือนเมื่อขนาดไม่ตรงกลุ่ม
        5ไม้หนุ่มและไม้พุ่ม (Sapling/shrub)1 นางDBH, quadrat 1–4, พิกัดรวม
        6ไผ่1 ลำDBH, AGB (Zemek)
        7เศษซากพืช (litter)quadrat 1 × 1 ม.น้ำหนักแห้ง g/m², t/ha
        8สัตว์ในดิน (soil fauna)1 ชนิดน้ำหนักเฉลี่ยต่อตัว
        9เส้นทางศึกษาธรรมชาติ1 จุดสำรวจ–

        ข้อมูลที่กรอกเก็บเฉพาะในเบราว์เซอร์ของเครื่องที่กรอก ถ้าสมาชิกหลายคนกรอกคนละเครื่อง ให้ส่งออก Excel แล้วรวมกันใน Google Sheet ของกลุ่ม

        12 · REFERENCES

        เอกสารอ้างอิง

        • จิรนันท์ ธีระกุลพิศุทธิ์ และ นันทนา คชเสนี. 2547. ศักยภาพการสะสมธาตุคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินของระบบนิเวศป่าทองผาภูมิ. การประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทางด้านป่าไม้. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช.
        • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2551. โครงการพัฒนาที่ดินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี.
        • ชิงชัย วิริยะบัญชา. 2546. คู่มือการประมาณมวลชีวภาพของหมู่ไม้. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช.
        • ธิติ วิสารัตน์, ศิริภา โพธิ์พินิจ และ บุญชุบ บุญทวี. 2542. แนวทางการบรรยายและวิเคราะห์สังคมพืช. สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้.
        • นาฏสุดา ภูมิจำนงค์. 2550. ปริมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินในรากและคาร์บอนในดินของสวนป่าไม้สัก. วารสารสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ 5(2): 109–121.
        • พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา และ นิพาดา เรือนแก้ว ดิษยทัต. 2566. การวางแปลงถาวรเพื่อศึกษาระบบนิเวศป่าไม้. อพ.สธ.-จฬ.
        • พงษ์ชัย ดำรงโรจน์วัฒนา. 2566. การใช้งาน GPS Essentials และ Google Earth Pro ในการทำข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ. อพ.สธ.-จฬ.
        • องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). LESS-FOR-01 การกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ เวอร์ชัน 6.
        • Dumrongrojwatthana, P., Gajaseni, N. and Popan, A. 2009. Impact of disturbance on floristic and soil properties in deciduous forest, Nam Wa sub-watershed, Northern Thailand. Journal of Scientific Research, Chulalongkorn University 34(2): 49–57.
        • IPCC. 2006. 2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories, Volume 4: Agriculture, Forestry and Other Land Use.
        • IPCC. 2007. Climate Change 2007: The Physical Science Basis. Cambridge University Press.
        • Krebs, C. J. 1999. Ecological Methodology. 2nd ed. Benjamin/Cummings.
        • Ogawa, H., Yoda, K., Ogino, K. and Kira, T. 1965. Comparative ecological studies on three main types of forest vegetation in Thailand II. Plant biomass. Nature and Life in Southeast Asia 4: 49–80.
        • Sutherland, W. J. 2009. Ecological Census Techniques: A Handbook. 2nd ed. Cambridge University Press.
        • Zemek, O. J. 2009. Biomass and carbon stocks inventory of perennial vegetation in the Chieng Khoi watershed, NW Viet Nam. M.Sc. Thesis, University of Hohenheim.